xcariber's profile•One Man Story•PhotosBlogLists Tools Help

xcariber

Occupation
Location
No list items have been added yet.
June 06

Install Mrtg & Snmp - การติดตั้ง Mrtg และ Snmp

http://www.penguin.in.th/article/mrtg-snmp.html

 

Install Mrtg & Snmp - การติดตั้ง Mrtg และ Snmp

โปรแกรม Mrtg เป็นโปรแกรมที่ใช้ตรวจสอบแบนวิซของเน็ตเวิคร์ ว่ามีปริมาณการเข้าออกของข้อมูลเป็นอย่างไรบ้างในช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งการรายงานแลก็จะรายงานออกมาเป็นรูปแบบHTMLซึ่งจะมีรายละเอียดต่างรวมถึงรูปกราฟ แสดงการใช้งานเน็ตเวิคร์ของเครื่องต่างๆ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในระบบเครือข่าย mrtg ที่จริงแล้วเป็นภาษา Perl จะทำงานร่วมกับโปรแกรม snmpd ซึ่งผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องของ snmpd เท่าไรว่ามันมีประโยชน์อะไรบ้าง ไม่ได้ศึกษาลองไปลึกเท่าไร
อ้างอิง mrtg ที่
http://people.ee.ethz.ch/~oetiker/webtools/mrtg/
อ้างอิง snmpd ที่
http://net-snmp.sourceforge.net/
ก่อนติดตั้งคุณต้องมีโปรแกรมที่ทำหน้าที่เป็นเว็ปserver อยู่แล้ว และต้องมีภาษา perl อยู่บนเครื่องของคุณด้วย

เริ่มติดตั้ง snmpd

ก่อนติดตั้ง mrtg ต้องทำการติดตั้ง snmpd ก่อนมิเช่นนั้นก็จะไม่สามารถใช้งาน mrtg ได้เนื่องจาก mrtg จะไม่สามารถ อ่านข้อมูลการโหลดข้อมูลของอุปกรณ์ต่างๆ ได้การติดตั้ง snmpd สามารถทำได้จาก port ของ FreeBSD (ถ้าใช้ลินุกซ์ก็สามารถติดตั้งจาก rpm ได้ผมเคยติดตั้งเมื่อสองปีก่อนเห็นจะได้ผมขอเข้าไปในรายละเอียดนะครับ) การติดตั้งจาก port ของ FreeBSD ทำได้ด้วยคำสั่งดังนี้

cd /usr/ports/net/net-snmp
make
make install

ซึ่งแต่ละคำสั่งก็ต้องใช้เวลานิดหนึ่ง(ไม่รู้ซิผมว่าของไม่นิดละนานเลยเหอๆ)เพราะ FreeBSD ต้องไปโหลดโปรแกรมมาจากเน็ต เมื่อติดตั้งแล้วต่อมาก็คือการปรับแต่งกันซึ่งการปรับแต่งต้องปรับแต่งที่แฟ้ม /usr/local/share/snmp/snmpd.conf ซึ่งแฟ้มนี้ของผม ซึ่งเป็น snmpd.conf รุ่น 5.x.x จะเป็นอย่างนี้

###########################################################################
#
# snmpd.conf
#
# - created by the snmpconf configuration program
#
###########################################################################
# SECTION: Access Control Setup
#
# This section defines who is allowed to talk to your running
# snmp agent.

# rouser: a SNMPv3 read-only user
# arguments: user [noauth|auth|priv] [restriction_oid]

rouser public noauth

# rocommunity: a SNMPv1/SNMPv2c read-only access community name
# arguments: community [default|hostname|network/bits] [oid]

rocommunity public localhost

##########################################################################
# SECTION: System Information Setup
#
# This section defines some of the information reported in
# the "system" mib group in the mibII tree.

# syslocation: The [typically physical] location of the system.
# Note that setting this value here means that when trying to
# perform an snmp SET operation to the sysLocation.0 variable will make
# the agent return the "notWritable" error code. IE, including
# this token in the snmpd.conf file will disable write access to
# the variable.
# arguments: location_string

syslocation

# syscontact: The contact information for the administrator
# Note that setting this value here means that when trying to
# perform an snmp SET operation to the sysContact.0 variable will make
# the agent return the "notWritable" error code. IE, including
# this token in the snmpd.conf file will disable write access to
# the variable.
# arguments: contact_string

syscontact

ซึ่งที่จริงแล้วผมสร้างแฟ้ม /usr/local/share/snmp/snmpd.conf จากคำสั่ง

/usr/local/bin/snmpconf

ซึ่งผมเองก็มั่วเอาไม่ได้ศึกษาลงไปในรายละเอียดอะไรมากมายนัก ซึ่งใครจะใช้คำสั่งนี้ในสร้าง snmpd.conf ก็ได้ครับ แต่ผมไม่อธิบาย การใช้งานตรงนี้เพระผมเองก็มั่วๆเอา จะcopy ของผมไปใช้งานเลยก็ได้ครับ ส่วนที่ต้องทำความเข้าใจก็ตรงบรรทัดคำสั่ง

rocommunity public localhost

ซึ่งบรรจุอยู่ในแฟ้ม /usr/local/share/snmp/snmpd.conf ซึ่งมีความหมายว่าให้สิทธิ์ ผู้ใช้ชื่อ public อ่านข้อมูลจาก localhost ได้เท่านั้นคุณ อาจกำหนดเป็นอย่างอื่นก็ได้เช่น

rocommunity public 192.168.0.1

อันนี้หมายถึงใช้ให้ผู้ใช้ชื่อ public อ่านข้อมูลจากเครื่อง 192.168.0.1 ได้ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า public นี้ไม่ใช่ชื่อ user ที่เป็นชื่อผู้ใช้ ที่มี account อยู่บนเครื่องที่กำหนดให้มีสิทธิ์อ่านนะครับ จะเรียกว่าเป็นแค่รหัสผ่านอย่างหนึ่งก็ได้ซึ่งผมจะอธิบายตอน mrtg อีกครั้งหนึ่ง
เสร็จแล้วก็ใช้คำสั่งรัน snmpd ดังนี้

/usr/local/sbin/snmpd

ซึ่งที่จริงแล้ว FreeBSD จะทำการโหลดโปรแกรมตอนเปิดเครื่องด้วยคำสั่ง

/usr/local/etc/rc.d/snmpd.sh

แต่ผมไม่เข้าใจว่ามันผิดพลาดตรงใหนในส่วนของ snmpd.sh เลยทำให้มันไม่ทำงานซึ่งการแก้ปัญหาของผมก็เข้าไปแก้แฟ้ม /usr/local/etc/rc.d/snmpd.sh บางส่วนให้รันได้ ผมไม่ขออธิบายตรงนี้เอาเป็นให้รันคำสั่ง snmpd ได้ก็แล้วกันอาจตรวจสอบการทำงาน ด้วยคำสั่ง

ps -ax | grep snmpd

เพื่อความแน่ใจอีกครั้งก็ได้ว่าโปรเศษ snmpd ทำงานอยู่จริงๆ


การติดตั้ง mrtg
การติดตั้งจาก port ของ FreeBSD ทำได้ด้วยคำสั่งดังนี้

cd /usr/ports/net/mrtg
make
make install

ก็เช่นเคยคงไม่ต้องอธิบายซ้ำว่าต้องใช้เวลารอซักหน่อย
จากนี้ไปเป็นการคอนฟิก mrtg ใช้คำสั่งดังนี้

/usr/local/bin/cfgmaker public@localhost > /usr/local/etc/mrtg/mrtg.cfg

ตรงนี้ผมขออธิบายเรื่องของ public@localhost ซึ่งก็อ้างอิงมาจากคำสั่ง

rocommunity public localhost

จากแฟ้ม /usr/local/share/snmp/snmpd.conf ซึ่งการใช้งานลักษณะแบบนี้จะ mrtg ที่อ่านข้อมูลของเครื่อง localhost ด้วยผู้ใช้ public ซึ่งตรงนี้อาจจะให้ mrtg ทำการอ่านข้อมูลจาก snmp บนเครื่องอื่นก็ได้ แต่ต้องเข้าไปแก้สิทธิ์ให้อนุญาติ ซึ่งอย่างผมใช้เครื่อง เว็ปเซิฟเวอร์ทำการเก็บข้อมูลของ mrtg จากเครื่องอื่นๆ ทั้งหมดในระบบซึ่งก็มีสองเครื่องคือเครื่องที่เว็ปเซิฟเวอร์กับเครื่องที่เป็น Gateway ของร้านเพนกวิน ในเครื่องที่เป็น Gateway ผมก็จะใช้คำสั่ง

rocommunity public 192.168.0.253

ซึ่งก็หมายความว่าผมอนุญาติให้ เครื่อง 192.168.0.253 อ่านข้อมูลจาก snmpd ได้ คงพอจะเข้าใจนะครับผมเองก็อธิบายไม่เก่งเท่าไร จากสั่งที่ผ่านมา mrtg จะตรวจสอบการทำงานของของอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหมดที่ร้านงานอยู่บน FreeBSD ซึ่งบางอุปกรณ์จะไม่อยู่ใน สถานะ active ซึ่งก็จะโดนคอมเม้นไว้ในแฟ้ม /usr/local/etc/mrtg/mrtg.cfg ซึ่งมีสิ่งที่ต้องแก้ใขอีกสองสามประการดังนี้

WorkDir: /home/httpd/public_html/mrtg

คำสั่งนี้ หมายถึงต้องสร้างพื้นที่ในการทำงานให้ mrtg ด้วยซึ่งก็ต้องเป็นเนื้อที่ที่แสดงผลเป็นเว็ปด้วยซึ่งคุณต้องสร้างไดเรคทอรีนี้ ให้ mrtg ด้วย ไม่อย่างนั้นตอนรันจะเกิด error

Options[_]: growright, bits

คำสั่งนี้เป็นคำสั่งบอกให้แสดงผลเป็นแบบ bit/s ปกติจะโดนคอมเม้นไว้

เมื่อแก้ไขเป็นที่พอใจแล้วให้รัน mrtg ด้วยคำสั่งต่อไปนี้

/usr/local/bin/mrtg /usr/local/etc/mrtg/mrtg.cfg

รันครั้งแรกจะมี error อยู่บ้างให้รันคำสั่งนี้ซักสองสามรอบ error ก็จะหายไปเองเนื่องจาก mrtg ไม่พบแฟ้มเก็บข้อมูลของมันซึ่งมันจะ สร้างใหม่ให้ จากนั่นคุณลองเรียกเว็ปดูตรงส่วนที่คุณเก็บข้อมูล mrtg ที่คุณเขียนไว้ออกมาดูว่ามีกราฟขึ้นหรือไม่

สุดท้ายการทำงานของ mrtg จะเก็บข้อมูลทุกๆ 5 นาที ซึ่งการเก็บข้อมุลทุก5 นาทีต้องใช้คำสั่ง crontab ช่วยด้วยคำสั่ง

crontab -e

จากนั้นให้เพิ่มคำสั่งต่อไปนี้

0,5,10,15,20,25,30,35,40,45,50,55 * * * * /usr/local/bin/mrtg /usr/local/etc/mrtg/mrtg.cfg

ก็จะได้ mrtg ที่ทำงานทุก 5 นาที นะครับ ส่วนการแก้ใขอื่นไดก็สามารทำดูในแฟ้ม /usr/local/etc/mrtg/mrtg.cfg เพื่อปรับแต่งการทำงาน ตามที่คุณต้องการ

 

http://www.trang.rmutsv.ac.th/mrtg/localhost_1.html

June 04

วันนี้ล้างเครื่องติดตั้ง FreeBSD 6.1 ใหม่ (โดยคุณบาทเดียว)

 
พอดีหัวหน้าอยากได้ server แกร่งๆหน่อยและก็ไม่ต้องใช้ทรัพยากรณ์มาก เอาไว้ทำงาน ผมก็เสนอไปว่า FreeBSD หัวหน้าก็เห็นชอบด้วย(ผมโม้ไปซะเยอะ) ยกเครื่องมาตั้งให้ผม ผมจัดแจงตรวจสอบสเปคทันที
Celeron 800 MHz
SDRAM 128 MB
HDD 20 GB
LAN 1 Port
VGA on Board i810

หลังจากตรวจเช็คอุปกรณ์เสร็จแล้วก็จัดแจงติดตั้ง FreeBSD 6.1 ทันที ผ่านไปด้วยดีครับ
อ้อ..ในระหว่างติดตั้งไม่ได้เลือก x-Window ใดๆเลย
หลังจากติดตั้ง OS เสร็จก็ตรวจสอบระบบเน็ตเวิร์คว่าต่อเน็ตได้หรือไม่ Login เข้าได้หรือไม่ ทุกอย่างผ่านไม่มีที่ติ
จากนั้นก็การทำ cvsup เพื่อปรับปรุง ports

ติดตั้ง cvsup
# cd /usr/ports/net/cvsup-without-gui
# make install && make clean
# rehash

ทำการ synchronize ports index กับ cvsup server
# /usr/local/bin/cvsup -g -L 2 -h cvsup2.freebsd.org /usr/share/examples/cvsup/ports-supfile
นังจิบกาแฟรอจนกว่าจะติดตั้งเสร็จ นานเอาการเหมือนกัน
# cd /usr/ports && make fetchindex
เรียบร้อยไม่มีอะไรติดขัด การอัพเดท ports

จากนั้นผมติดตั้ง Perl 5.8 ก่อนเพื่อนเลย
# cd /usr/ports/lang/perl5.8
# make \
? WITH_GDBM=yes \
? WITHOUT_PERL_64BITINT=yes \
? WITH_THREADS=yes \
? ENABLE_SUIDPERL=yes \
? install && make clean
ในระหว่างนี้ก็นั่งโม้ให้เด็กฝึกงานฟัง อิอิ จนติดตั้งเสร็จ


ต่อไปก็จับ MySQL มาติดตั้ง ผมใช้ 5.0 ไหนๆก็ใช้ FreeBSD ตั้ง 6.1 แล้วนี่นา
# cd /usr/ports/databases/mysql50-server
# make \
? WITH_CHARSET=tis620 \
? WITH_XCHARSET=all \
? WITH_COLLATION=tis620_thai_ci \
? WITH_OPENSSL=yes \
? BUILD_OPTIMIZED=yes \
? WITH_ARCHIVE=yes \
? WITH_FEDERATED=yes \
? WITH_NDB=yes \
? install && make clean
รอนานเลยครับคราวนี้ ลงไปหาข้าวรองท้อง กลับขึ้นมาก็เสร็จพอดี

ทีนี้ก็จัดการไฟล์คอนฟิก (my.cnf)
เนื่องจากเครื่องที่ใช้ทำ server มีแรมอยู่แค่ 128 MB ก็เลยใช้ไฟล์ my-medium.cnf มาทำไฟล์คอนฟิก my.cnf
# cp /usr/local/share/mysql/my-medium.cnf /etc/my.cnf
# chown root:sys /etc/my.cnf
# chmod 644 /etc/my.cnf
# rehash

จากนั้นก็จัดการใส่ password ให้กับ root ต้องสั่ง start mysql ให้ทำงานก่อน
# /usr/local/etc/rc.d/mysql-server start

จากนั้นก็ใส่ password ตามต้องการ
#/usr/local/bin/mysqladmin -u root password '654321'
** 654321 คือ password

ทดลองเข้าไปใช้ mysql
# mysql -u root -p654321
พอเข้าได้แล้วก็ลองใช้คำสั่งต่างๆดู
mysql>status;
mysql>show databases;
mysql>quit; อันนี้ออกจาก mysql

เพิ่มคำสั่ง mysql_enable="YES" เข้าไปที่ไฟล์ /etc/rc.conf
เพื่อให้ mysql ทำงานทุกครั้งตอนบูตเครื่อง


จากนั้นผมก็จัดการคอนฟิก DNS ยาวหน่อยเอาไว้ค่อยมาโม้ทีหลัง


พอติดตั้ง DNS เสร็จผมก็จัดการติดตั้ง Apache 2.2 ต่อไปเลย
# cd /usr/ports/www/apache22
# make \
? WITH_LDAP_MODULES=yes \
? WITH_MYSQL=yes \
? WITH_SSL_MODULES=yes \
? WITH_THREADS=yes \
? install && make clean
ช่วงที่รอก็เดินไปเดินมา ไปนั่งโม้กะธุรการบ้าง

สั่ง start apache
# /usr/local/etc/rc.d/apache22.sh start
ลองเรียกหน้าเว็บดู
http://172.16.149.191 หรือ http://www.my-office.com
มีข้อความขึ้น It works! ก็คือผ่าน

เพิ่มคำสั่ง apache22_enable="YES" เข้าไปที่ไฟล์ /etc/rc.conf
เพื่อให้ apache ทำงานทุกครั้งตอนบูตเครื่อง
ส่วน ssl เอาไว้จัดการทีหลัง แล้วจะมาโม้อีกที อิอิ
-------------------------------------------------------------------------------------
 
 
ต่อไปก็ว่าด้วยการติดตั้ง PHP5
# cd /usr/ports/lang/php5
# make config
เลือกค่าต่างๆตามที่จะใช้งาน ผมไม่เลือก debug อยู่อันเดียว นอกนั้นเอาหมด คิคิ
#make install clean

พอติดตั้งเสร็จก็จัดการกะไฟล์คอนฟิก (php.ini)
# cp /usr/local/etc/php.ini-recommended /usr/local/etc/php.ini
จากนั้นก็ปรับแต่งไฟล์ php.ini
# ee /usr/local/etc/php.ini
บรรทัด
;default_charset = "iso-8859-1"
เอาเครื่องหมาย ; ข้างหน้าออกแล้วแก้ไขเป็น
default_charset = "tis-620"

บรรทัด
;upload_tmp_dir =
เอาเครื่องหมาย ; ข้างหน้าออกแล้วแก้ไขเป็น
upload_tmp_dir = "/tmp/uptmp"

บรรทัด
;session.save_patch = "/tmp"
เอาเครื่องหมาย ; ข้างหน้าออกแล้วแก้ไขเป็น
session.save_patch = "/tmp/sesstmp"
เซฟไฟล์

สร้างไดเรคทอรี่ขึ้นมาที่ /tmp 2 อันชื่อ upload, session
# mkdir /tmp/uptmp
# mkdir /tmp/sesstmp

chmod ให้เป็น 777 ทั้ง 2 ไดเรคทอรี่
# chmod 777 /tmp/uptmp
# chmod 777 /tmp/sesstmp

แก้ไขไฟล์ httpd.conf เพื่อให้รองรับ php
# ee /usr/local/etc/apache22/httpd.conf

ค้นหาบรรทัด
Directoryindex index.html
เพิ่ม index.php และ index.phps เข้าไป เป็น
Directoryindex index.html index.php index.phps index.phtml index.cgi index.pl

ค้นหาบรรทัด
AddType application/x-compress .Z
AddType application/x-gzip .gz .tgz
เพิ่มคำสั่งนี้ต่อท้ายลงไป
AddType application/x-httpd-php .php .phtml
AddType application/x-httpd-php-source .phps
เซฟไฟล์แล้ว restart apache ใหม่
# /usr/local/etc/rc.d/apache22.sh restart

สร้างไฟล์ทดสอบการทำงานของ php
#ee /usr/local/www/apache22/data/test.php
ใส่คำสั่งนี้ลงไป
<?
echo phpinfo();
?>
เซฟไฟล์ ใช้บราวส์เซอร์ทดลองเรียกดู
http://www.my-office.com/test.php
มีหน้าสีม่วงๆแจงรายละเอียดต่างๆขึ้นมา ถือว่าผ่านล่ะครับ

ต่อไปทำการติดตั้ง Extensions ต่างๆของ PHP5
# cd /usr/ports/lang/php5-extensions
# make config
เลือก extention ต่างๆตามที่จะใช้งาน
# make install clean
พอเสร็จก็สั่ง restart apache อีกที
# /usr/local/etc/rc.d/apache22.sh restart
ลองเรียกหน้า test.php ดู
http://www.my-office.com/test.php
จะมีรายละเอียดต่างๆของ Extensions เพิ่มเข้ามาเป็นอันเรียบร้อยสำหรับ PHP5
วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนครับ Cheesy ชักจะมึนๆล่ะ
------------------------------------------------------------------------------------------
 
เห็นเขาว่ามันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ PHP ผมก็เลยเอามาติดตั้งมั่งสิ Zend Optimizer 3.0.0
# cd /usr/ports/devel/ZendOptimizer
# make install && make clean
===>  ZendOptimizer-3.0.0 :
 Because of licensing restrictions, you must fetch the source distribution
 manually from the http://www.zend.com/free_download/optimizer URL.
 Download the source file, ZendOptimizer-3.0.0-freebsd6.0-i386.tar.gz,
 and place it in /usr/ports/distfiles.
.*** Error code 1

Stop in /usr/ports/devel/ZendOptimizer.
#

โอ๊วส์.. เขาแนะนำว่าให้เข้าไปโหลดที่ URL http://www.zend.com/free_download/optimizer เองครับ เสียเวลาสมัครสมาชิกนิดนึง
จากนั้นก็ดาวน์โหลดไฟล์ที่ชื่อ ZendOptimizer-3.0.0-freebsd6.0-i386.tar.gz แล้วให้เอาไปไว้ที่ /usr/ports/distfiles
และก็สั่งติดตั้งอีกที
# cd /usr/ports/devel/ZendOptimizer
# make install && make clean

ตอนท้ายๆจะมีแนะนำ
********************************************************************************

You have installed the ZendOptimizer package.

Edit /usr/local/etc/php.ini and add:

[Zend]
zend_optimizer.optimization_level=15
zend_extension_manager.optimizer="/usr/local/lib/php/20050922/Optimizer"
zend_extension_manager.optimizer_ts="/usr/local/lib/php/20050922/Optimizer_TS"
zend_extension="/usr/local/lib/php/20050922/ZendExtensionManager.so"
zend_extension_ts="/usr/local/lib/php/20050922/ZendExtensionManager_TS.so"

********************************************************************************

ก็เปิดไฟล์ php.ini ขึ้นมาและก็เพิ่มคำสั่งต่อท้ายลงไปล่างสุดเลยครับ
# ee /usr/local/etc/php.ini

[Zend]
zend_optimizer.optimization_level=15
zend_extension_manager.optimizer="/usr/local/lib/php/20050922/Optimizer"
zend_extension_manager.optimizer_ts="/usr/local/lib/php/20050922/Optimizer_TS"
zend_extension="/usr/local/lib/php/20050922/ZendExtensionManager.so"
zend_extension_ts="/usr/local/lib/php/20050922/ZendExtensionManager_TS.so"

เซฟไฟล์แล้ว restart apache
# /usr/local/etc/rc.d/apache22.sh restart
May 30

เปิดเทอมแล้ว มี Freshies ใหม่ๆ หน้าตาดีๆ เยอะเหมือนกัน

 ไม่ได้มา Up นานอะ มัวแต่ทำงานหนักอยู่ช่วงนี้หลังจากติดตั้ง Wireless Lans เสร็จแล้วแต่เงินค่าจ้างยังมะได้อีก โอ้ว ม้ายๆๆ  เซ็งจริงๆ เข้าหน้าฝนไฟฟ้าตกบ่อยมากๆๆๆ แถมนานด้วย Server ดับประจำเลย (ups ก็เอามะอยู่) บางทีก็หม้อปลงใน ม. ระเบิดดับไปอีก 1วันกว่าจะแก้เสร็จ เหอๆ
 
Thai@min Meeting อิอิไม่พลาดครับคราวนี้  กลางกรกฏาคม ว่างครับอิอิจะไปยิง BB Gun หน่อย คิคิ น่าสนุก พลาดมา 2ครั้งละคราวนี้มะพลาด ๆๆ
 
น้อยๆ พอวันนี้เดี๋ยววันนี้ต้องไปทำเรื่องงานให้เสร็จเคลียร์งานก่อนละ ว่างๆ จะมา Up ใหม่ คิดถึงเพื่อนๆ ทุกคนนะ Comtech 1st
May 08

มาดู hacker รุ่นเดอะ คุยกัน

From: Thai@min 
 
 
มาดู hacker รุ่นเดอะ คุยกัน
เพิ่มเติม : แฮคเกอร์งี่เง่านั่นชื่อ bitchchecker แล้วก็คนที่โดนแฮค[รึป่าว]และเอาข้อความนี้มาเผยแพร่ ชื่อ Elch.
ไอพี 127.0.0.1 หรือที่รู้จักกันในชื่อของ ' localhost ' ก็ไอพีเครื่องคุณน่ะแหละ [สำหรับ Windows นะ]

***** ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับคนไทย by Thor [ update 27/07/48 ] *****
- ผมคิดว่าในต่างประเทศนั้นมีหลายๆ คนที่ไม่รู้ว่า 127.0.0.1 คือไอพีเครื่องตัวเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนไม่รู้ ผมคิดว่าคนไทยหรือเด็กไทยหลายๆ คนอาจจะรู้ว่า IP 127.0.0.1 คือ IP เครื่องตัวเองจากเซิฟเวอร์เถื่อน RO หรือเกมออนไลน์อื่นๆ ทีมี Emulator มาทำเป็นออฟไลน์


Thor Comment : bitchchecker เป็นเด็กเรียนชาวเยอรมัน

* bitchchecker (~java@euirc-a97f9137.dip.t-dialin.net) ออกจากห้องเนื่องจาก (ไม่มีการตอบสนองโดยการ Ping #)
* bitchchecker (~java@euirc-61a2169c.dip.t-dialin.net) เข้าสู่ห้อง #stopHipHop
<bitchchecker> เมิงเตะกุออกจากห้องทำไมวะ
<bitchchecker> คุยกันดีๆก็ได้
<bitchchecker> ตอบมาเห้ย
<Elch> พวกเราไม่ได้เตะแกออกนะ
<Elch> แกหลุดเอง : * bitchchecker (~java@euirc-a97f9137.dip.t-dialin.net) ออกจากห้องเนื่องจาก (ไม่มีการตอบสนองโดยการ Ping #)
<bitchchecker> โม้ๆ
<bitchchecker> เน็ตบ้านกุไม่เคยห่วย
<bitchchecker> แล้วก็ไม่เคยหลุดด้วย
<bitchchecker> เมิงเตะกุใช่มั้ย
<bitchchecker> หือ
<HopperHunter|afk> 555555+
<HopperHunter|afk> ไอ้งี่เง่าเอ้ย ตลกตายล่ะ
<bitchchecker> ปิดปากเมิงไปไอ้ HopperHunter
<bitchchecker> กุมีโปรแกรมแฮ๊คนะเมิง
<bitchchecker> เด่วกุแฮ็คเครื่องเมิงซะเลยนิ
<Elch> เออๆเมิงเก่งแล้วล่ะ
<bitchchecker> หุบปากซะ เด๋วกุแฮคเมิงซะเลยไอ้สัด
<Elch> ไม่สนใจเว้ย แน่จริงเมิงแฮคกูดิ แฮคกูดิ
<bitchchecker> บอกไอพีเมิงมา เด๋วเครื่องเมิงก็ตายใน 10 วิ
<Elch> อ้า น่าจะเป้น 129.0.0.1
<Elch> เอ๊ะ หรือ 127.0.0.1
<Elch> ใช่ๆ ไอพีผม : 127.0.0.1 เอ้า แฮคมาดิ จะรอดูว่าทำได้ซํกกี่น้ำ
<bitchchecker> อีก 5 นาที ข้อมูลใน HDD เมิงหมดแน่ไอ้สัด
<Elch> โอ้ย กุกลัวจังเล้ย
<bitchchecker> เงียบไปไอ้เชี้ย
<bitchchecker> กุมีโปรแกรมที่ใส่ ip ลงไปแล้วกดแค่คลิกเดียวเครื่องเมิงก็พัง
<bitchchecker> บอกลาได้เลย
<Elch> บอกลาถึงใครล่ะ
<bitchchecker> มึงน่ะแหละ
<bitchchecker>บ๊ายบาย
<Elch> โอ้ คุณเป็น Hacker ที่เก่งจริงๆเลยนะ
* bitchchecker (~java@euirc-a97f9137.dip.t-dialin.net) ออกจากห้องเนื่องจาก (ไม่มีการตอบสนองโดยการ Ping #)



Thor Comment : หารุไม่ 127.0.0.1 คือ loop back ip น่ะเอง [ดูท่าว่า ไอ้ bitchchecker จะมี Hacker Tools เพียบเลย แต่มันคงบื้อมาก]
127.0.0.1 ก็เครื่องตัวเองไง - - แฮ๊คเครื่องตัวเอง โอ้ว
ฺbitchecker ยิง nuke เครื่องตัวเองเข้าจังๆ หลังจากนั้น
สองนาทีต่อมาเขาก็กลับมา


* bitchchecker (~java@euirc-61a2169c.dip.t-dialin.net) เข้าสู่ห้อง #stopHipHop
<bitchchecker> 55555+ เครื่องกุค้างไปเลยสงสัยยิงหนัก กุว่าเครื่องเมิงไม่เหลือแล้วล่ะ
<Metanot> 5555555
<Elch> bitchchecker เมิงลองแฮคกุอีกทีดิ IP กุอันเดิม : 127.0.0.1
<bitchchecker> เมิงโง่จริงๆ Elch
<bitchchecker> ลาก่อนคอมเมิง
<Metanot> เกิดไรขึ้น
<bitchchecker> ลาก่อน elch
* bitchchecker (~java@euirc-a97f9137.dip.t-dialin.net) ออกจากห้องเนื่องจาก (ไม่มีการตอบสนองโดยการ Ping #)



เกิดความเครียดมากยิ่งขึ้นในห้องแชทรูม เค้าจะทำยังไง เพื่อจัดการกะ Elch ให้จงได้ [หลังจากที่ไม่สำเร็จไป ถึง 2 ครั้ง ]
แล้วเค้าก็เข้าใจถึงปัญหาทันที !!!

หกนาทีต่อมาเขาก็กลับมาอีก

* bitchchecker (~java@euirc-61a2169c.dip.t-dialin.net) เข้าสู่ห้อง #stopHipHop
<bitchchecker> Elch เมิงหน้าตัวเมีย
<Metanot> bitchchecker แกอายุกี่ปีนั่น
<Elch> เป็นเชี้ยไร bitchchecker?
<bitchchecker> เมิงมีไฟวอ
<bitchchecker> ไฟร์วอลล์
<Elch> อะไรกุไม่รุ้เรื่อง
<bitchchecker> ตู 26 ปี
<Metanot> 26 จริงๆ อะ [สงสัยคิดว่า 26 ปี มันโง่บรมได้แบบนี้อยู่เหรอวะ]
<Elch> เมิงรู้ได้ไงว่ากุมีไฟร์วอลล์
<Metanot> .....
<bitchchecker> เมิงเป็นเกย์ไง! Fire Wall ของเมิงส่ง packet ที่ทำให้เครื่องดับกลับเข้ากุหมดn
<bitchchecker> มาสู้กันแบบลูกผู้ชาย แน่จริงแกปิดไฟร์วอลล์ดิวะ
<Elch> วู้วว แล้วไง?
<bitchchecker> แล้วเด๋วไวรัสกูก็จะส่งเข้าไปพังคอมเมิง
<Metanot> เมิงแฮคตัวเองอยุ่ใช่มั้ยนิ bitchchecker
<Elch> ใช่ bitchchecker กำลังพยายามแฮคผม
<Metanot>เอ้ย bitchchecker การปิดหรือเจาะ expolit Firewall เป็นพื้นฐานของแฮคเกอร์เลยนะ เมิงไม่มีสิทธิ์ที่จะบอกเขาให้ไปปิด อยากแฮคเมิงก็เจาะเองดิ
<bitchchecker> เออใช่ กุแฮคมันได้แล้วแต่มันมีไฟร์วอลล์ ไฟร์วอล์มันเตะ packet ที่ส่งไปกลบหากุหมด
<Metanot> Elch แกใช้ไฟร์วอลล์ของบริษัทไรอ่ะ
<bitchchecker> แบบว่า หน้าตัวเมีย
<Metanot> FireWall เป็นด่านแรกที่แกจะต้องเจาะมัน แค่นี้ก็ทำไม่ได้..แกน่ะแหละหน้าตัวเมีย
<bitchchecker> ปิดไฟร์วอลล์ดิเด๋วกุจะส่งไวรัสไปแดกเครื่องเมิง
<Elch> ม่าาาาาา อาววววววววว
<Metanot> bitchchecker ถ้าแกบอกให้ Elch ปิดไฟร์วอลล์ เมิงก็ต้องปิดเหมือนกัน จะได้เท่าเทียม
<bitchchecker> เหรอ
<bitchchecker> กุไม่อยากแฮคถ้ามันมัวแต่หลบหลังไฟร์วอลล์
<bitchchecker> elch ปิด FireWall ซะถ้าเมิงแน่จิง
<Metanot> bitchchecker กุว่าเมิงพยายามเจาะ Firewall ให้ได้เองดีก่ามั้ง มันเป็นเบสิค เข้าใจมั้ยเบสิคของแฮคเกอร์เลยน่ะ ทำไม่ได้เมิงก็โง่ตายแล้ว
<bitchchecker> เงียบไปไอ้สัด
<Metanot> 55555555
<bitchchecker> คนใช้ firewall มีแต่คนหัวโบราณทั้งนั้นแหละ
<bitchchecker> ใช่ ถ้าเมิงแน่จริง เมิงปิดไฟร์วอลล์ดิ




เขาว่าผมเป็นตุ๊ดด้วยล่ะที่ใช้ไฟร์วอลล์ และก็หาว่าผมหัวโบราณด้วย แต่ผมคิดว่าคนแก่ๆ น่าจะฉลาดกว่าคนหนุ่มๆ แบบมันนะ เอาเถอะ ผมจะดูว่าเขาเป็นแฮคเกอร์อัจฉริยะจริงๆ รึป่าว ผมก้อคงต้อง ไปตามน้ำเรื่อยๆ
ปล.โดยความสัตย์จริง ผมขอบอกเลยว่าผมไม่มีไฟร์วอลล์ ผมมีแค่ Router อันนึงเท่านั้นเอง



<Elch> เอ้า มีคนสอนกุปิด Firewall แล้ว อ่ะตอนนี้กุปิด FireWall แล้ว เอาดิ มาแฮคกุดิ
<Metanot> bitchhacker แฮคไม่ด้ร้อก
<Black<TdV>> หึหึ
<bitchchecker> ...
<Elch> bitchchecker กุรอเมิงยิงไวรัสมาอยู่นะ มาดิๆ
<Metanot> จะให้กุบอกกี่ครั้งก็ได้ บักนั่นมันไม่ใช่แฮคเกอร์ร้อก
<bitchchecker> เมิงอยากได้ไวรัสใช่มั้ย กุจัดให้
<bitchchecker> บอกไอพีเมิงมาแล้วเด๋วกุส่งไป
<Metanot> กุก็เคยเป็นแฮคเกอร์มาก่อนนะ จากการวิเคราห์ของกุ 100.00% เมิงไม่ใช่แฮคเกอร์ร้อกกก ..^^
<Elch> ไอพีกุ 127.0.0.1
<Elch> จำง่ายๆ มาดิ
<bitchchecker> 5555555555555555+ ไอ้โง่เอ้ย จบกันเมิง
<bitchchecker> ตอนนี้ไฟล์แรกโดนลบไปแล้ว
<Elch> หือ
<Elch> ไหน ดูซิ



ผมเปิด Windows explorer เทียบระหว่างที่มันบอกว่า มันลบไฟล์ ... หัวใจผมเต้นเร็ว ผมตกใจมาก ไฟล์ผมจะถูกลบไปจริงๆรึ ผมเริ่มควบคุมเมาส์ไม่อยู่ระหว่างที่ไปคลิกเปิด Windows Explorer..... นี่ผมกำลังโดนเขาแฮคอยู่ใช่มั้ย



<bitchchecker> ตายเมิง บอกลาคอมได้เลย ไม่ต้องโทษใคร โทษตัวเมิงน่ะแหละ
<Elch> โอ้มันแย่จัง
<bitchchecker> Drive G เมิงไปแล้ว
<Elch> ใช่... ฉันทำไรไม่ได้เลย ตายแน่
<bitchchecker> อีก 20 วิ Drive F เมิงก็จะไปด้วย



ใช่อย่างที่เขาว่า ไดร์ฟ G: กะ F: ผมหายไปจริงๆด้วย [ นี่กุเคยมี 2drive นี้ด้วยเหรอวะ HuhHuh? ] ผมกลัวมาก มือผมเริ่มสั่นตอนพิมพ์ Keyboard และ รู้สึกแย่มากเลยด้วย แต่ bitchchecker ก็ทำให้ผมรุสึกผ่อนคลายขึ้นด้วย มุขเพลงของเค้า



<bitchchecker> tupac rules [Thor Comment : คาดว่าเป็นคำพ้องเสียงในภาษาเยอรมัน ไม่ก็เป้นมุขแป๊กๆไรซักอย่าง]
<bitchchecker>Drive F:,E: เมิงไปแล้ว ลาก่อน Elch



ไดรฟ์ E? โอ้แม่เจ้า! เกมกุอยู่ในนั้นหมดเรยยว้อย รูปที่ตูถ่ายไปตอนเที่ยวด้วย ผมลองเข้าไปดู E: มันก็ยังอยุ่ครบ แต่ HACKER ผู้ทรงพลังนาม bitchchecker ก็บอกว่า ไฟล์ทุกไฟล์มันหายไปแล้ว.... เอ๊ะ มันยังไง



Hacker wrote:
<bitchchecker>Drive D: โดนลบไป 45% แล้วสัด
<He> เขาพูดไรน่ะ
<Elch> เค้าว่า bitchchecker กำลังขำแบบไม่ลืมหูลืมตาอยู่มั้ง
<Black<TdV>> ^^
<bitchchecker> Drive D: เมิงไปแล้วสัด
<He> เหรอ bitchchecker


โอ้ว โน่ววว bitchchecker ลบ cd-rom ไดรฟ์ผมไปแล้ว! ผมอยากไปถามมันจริงๆ มันทำได้ไง โอ้วพระเจ้า มันลบ Hardware ได้ด้วย โอ้ววว มันทำได้ไงเนี่ย โอ้ววววววว วววว


<bitchchecker> อ้ายโง่ Elch ทีหลังเมิงจำไว้นะว่าอย่าบอกไอพีให้ใครรู้
<bitchchecker> เอาล่ะ อีก 70% Drive C เมิงก็จะไปลงนรก



คิดว่าผมควรบอกเค้ารึยัง ว่าเขากำลังพังเครื่อง ตัวเองอยู่ ?



* bitchchecker (~java@euirc-a97f9137.dip.t-dialin.net) ออกจากห้องเนื่องจาก (ไม่มีการตอบสนองโดยการ Ping #)



สายไปแล้ว เป็นเวลา 20.22 ที่ผม[และคนอื่นๆในIRC]ได้รับ message สุดท้ายจาก bitchchecker หลังจากนั้น เราก็ไม่เห็นเค้าอีกเลย...

อุธาหรณ์เตือนภัย - แก๊งค์ล้วงโทรศัพท์มือถือตามห้าง

จาก Mail
 
>เมื่อวานเย็นดิชั้นกะเพื่อนไปซื้อของกันที่ห้างซุปเปอร์ฯใหญ่แถวถนนราชดำริ
>ดิชั้นก็ฝากมือถือเอาไว้กับกระเป๋าเพื่อน
>(เพราะจะได้เดินตัวเปล่าๆสบายๆ)
>กระเป๋าเพื่อนเป็นกระเป๋ายีนส์สะพายข้าง ตรงสันกระเป๋าทั้ง 2
>ด้านซ้าย-ขวา มีช่องเล็กๆ สำหรับใส่มือถือพอดี ใส่มือถือของดิชั้น
>กับเพื่อนคนละข้าง ขณะที่ดิชั้นปลีกตัวมาดูของอีกล๊อกนึง
>เพื่อนกำลังยืนเลือกแปรงสีฟันอยู่
>มีป้าแก่ๆคนนึงก็เข้ามาเบียดเพื่อนดิชั้น ยื่นมือมาเลือกแปรงสีฟันด้วย
>เพื่อนดิชั้นเห็นเป็นคนแก่
>ตามมารยาทก็เลยถอยหลบมาข้างๆให้ป้าเลือกได้ตามสบาย
>ป้าแกก็หยิบอันโน้นอันนี้
>เพื่อนดิชั้นก็คอยเหลือบตามองเพราะป้าเลือกอย่างงงๆ
>เดี๋ยวเผื่อจะได้อธิบายให้ป้าฟังได้ ..
>
>
>สักครู่ก็มีผู้หญิงอีกคนวัย 40 กว่าๆ
>ถือตะกร้าเบียดด้านทางป้าเข้ามาดูแปรงสีฟันอีกคน
>เสร็จแล้วก็ย้ายฝั่งมาเบียดทางด้านเพื่อนดิชั้น
>(ซึ่งถอยมายืนริมสุดของชั้นวางแล้ว) เพื่อนบอกว่า
>เหมือนเค้าเอาตะกร้ามาเบียดโดนหลังนิดนึง
>เพื่อยื่นมือเข้ามามาเลือกแปรงสีฟัน
>แล้วผู้หญิงคนนี้ก็ย้ายฝั่งไปอยู่ข้างป้าอีกครั้ง
>
>
>แล้วทันใดนั้นเอง ป้าที่เลือกแปรงอยู่ดีๆ ก็วางแปรงลงทันที
>แล้วรีบเดินออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว เพื่อนดิชั้นก็งงๆว่าเอ๊ะ
>ทำไมอยู่ดีๆก็ไปทันที แล้วผู้หญิงคนที่หิ้วตระกร้าก็เดินเลี่ยงไปอีกทาง
>จังหวะนั้น
>เพื่อนดิชั้นรีบก้มดูกระเป๋าสะพายเห็นฝากระเป๋า(เป็นกระดุมแปะ)
>ที่ใส่มือถือของดิชั้นเปิดอยู่ มือถือหายไป
>ก็รีบเดินตรงมาทางดิชั้นถามว่าดิชั้นเอาโทรศัพท์ไปเปล่า
>ดิชั้นบอกว่าเปล่า
>แค่นั้นเองเหมือนมาเอาคำตอบเพื่อความชัวร์ว่าโดนล้วงไปแน่ๆแล้ว
>ตาก็มองไปทางป้าที่กำลังรีบเดินงุดๆออกไป
>เดชะบุญที่อีป้าคนนั้นแม่งหันหลังกลับมามองเพื่อนดิชั้นอีกที
>เพื่อนดิชั้นก็เลยเกททันทีว่าป้าเอาโทรศัพท์ไปแน่ๆก็เลยรีบวิ่งตามป้าไป
>
>แต่ดิชั้นซึ่งไม่รู้เรื่องรู้ราว ว่าเพื่อนรีบวิ่งไปไหน
>รู้แต่ว่าโทรศัพท์กูหายแน่ๆ ก็สละรถเข็นวิ่งตามเพื่อนไป แต่จุกอก
>เศร้าสุดๆว่าหายอีกแล้วเหรอเนี่ยะ
>ด้วยความโง่ของดิชั้นคิดว่าล่าสุดใช้มือถือที่ร้านซิสเลอร์ในห้างฝั่งตรงข้าม
>ก็นึกว่าเพื่อนรีบวิ่งไปที่ร้านฝั่งโน้น ขอให้ได้คืนเถอะ
>เพื่อนดิชั้นก็วิ่งลงบันไดเลื่อน ดิชั้นก็วิ่งตาม ห่างกัน 2-3
>ขั้นบันได (คนห้างนี้แม่งก็เยอะชิบบ)
>พอถึงชั้นหนึ่งเป็นประตูทางออกของห้าง ดิชั้นซึ่งวิ่งตามมาติดๆ
>เห็นเพื่อนวิ่งเข้าไปจับแขนป้าถามว่า “
>ป้าครับป้าเห็นโทรศัพท์มือถือผมรึเปล่า “ ป้าก็ส่ายหน้า  “
>ป้าครับที่ป้ายืนเลือกแปรงสีฟันกับผมเมื่อกี้นี้ไง”
>จังหวะนั้นดิชั้นก็เกททันทีเหมือนกัน และเข้าไปถึงตัวป้าพอดี
>เหลือบไปเห็นมือถือของดิชั้นในมือของอีป้า
>ดิชั้นจี๊ดขึ้นสุดๆคว้าแขนป้าบอก
>
>“ นี่ไงป้าโทรศัพท์หนู ป้าทำอย่างงี้ได้งัยอ่ะ ป้าขโมยนี่...
>ป้าก็หน้าสลดรีบส่งคืน พูดขอโทษๆ ที่บ้านจน
>อะไรต่างๆนานาที่เป็นคำแก้ตัว แถมขอร้องดิชั้นว่า
>เดี๋ยวชั้นให้เงินเธอๆ ดิชั้นก็สติแตก
>เพราะเคยทำโทรศัพท์หายไปเครื่องนึงแล้ว
>เหมือนอีป้าคนนี้แหละที่จะต้องเป็นคนรับผลกรรมเครื่องที่แล้วด้วย
>เพื่อนดิชั้นจะเป็นแบบสุภาพนุ่มนวลถาม..ป้าแล้วผู้หญิงอีกคนเค้าเป็นคนล้วงโทรศัพท์ใช่มั๊ย
>เค้าไปไหน ป้าก็ปฏิเสธอย่างเดียว บอกไม่รู้ๆ เค้าไปแล้ว ไม่รู้จักกัน
>เค้าเอามาส่งให้ ป้าพยายามสะบัดแขนให้หลุด ดิชั้นก็เลยบอกว่าไม่ได้ป้า
>หนูต้องจับป้าส่งตำรวจ ดิชั้นตะโกนเรียกยามๆ แป๊บเดียวยามก็มา
>ช่วยจับป้า แล้วพากันเข้าไปในห้องรปภ.
>
>
>หัวหน้ารปภ. ค้นกระเป๋าอีป้าคนนี้ ในกระเป๋าป้าแม่งรวยกว่าดิชั้นอีก
>มีเงินสด แบงค์พัน 15 ใบ และแบงค์อื่นๆ รวมกัน 20,400 บาท ที่สำคัญ
>มีมือถือ 3 เครื่องรุ่นใหม่ๆเดิ้นๆทั้งนั้น  2
>เครื่องปิดและอีกเครื่องเปิดอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นของป้า
>เพราะตอนอยู่ในห้องนั้นมีสายเรียกเข้าตลอด
>น่าจะเป็นอีผู้หญิงผู้ร่วมแก๊งค์โทรเข้ามาถามสถานการณ์แน่ๆ
>ป้าก็บอกว่ามือถือทั้งหมดเป็นของป้า ลูกชั้นซื้อให้ๆ
>แถมยังยื้อของกลับคืน เค้าเลยใส่กุญแจมือป้าซะเลยค่อยสงบลง
>หลังจากนั้นดิชั้นกับเพื่อนก็ต้องตามไปให้ปากคำที่สน. ไปถึง 3
>ทุ่มครึ่ง กว่าจะเสร็จ ตี 1 กว่า
>(โห..เป็นคนดีนี่มันลำบากอย่างนี้นี่เอง มิน่าละ.. - -“)
>
>
>อ้อ...ลืมเล่าไปอีกอย่าง อีป้าคนนี้ไม่ใช่คนไทยด้วยค่ะ เป็นคนเขมร
>ตอนแรกดิชั้นก็นึกว่าคนพม่า ป้าคนนี้ชื่อ KHANE NANA อายุ 62 ปี
>คิดดูแก่ปูนนี้แล้วยังทำบาปอีก
>ตามปกติแล้วดิชั้นจะเป็นคนใจอ่อนกับคนแก่มากๆ เพราะดิชั้นรักยายมากๆ
>แต่พอเจอคนแบบนี้ ดิชั้นน๊อตหลุดจริงๆค่ะ
>เพราะมือถือเดี๋ยวนี้เป็นหลักหมื่น  ถ้าเพื่อนดิชั้นไม่มีสติ
>ไม่ทันรู้ตัว วันนี้อีป้านี่ก็ตบไปได้ เกือบครึ่งแสนแล้วล่ะ
>คิดแล้วมันแค้นใจจริงๆ
>
>
>
>อ้อๆ อีกนิดๆ ตอนที่อยู่ในห้องรปภ.
>เค้าบอกว่าวันนี้มีล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เงินหายไป 4000
>ดอลล่าร์ และเมื่อชั่วโมงที่แล้วมีตกทองด้วย
>วันนี้มีคนมาแจ้งรวมๆแล้วมูลค่า 200,000 บาทแล้ว
 
X-Mem  
Photo 1 of 15
More albums (1)
No list items have been added yet.